คู่มือเคานต์ดาวน์ 2010
วันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ จะให้ของขวัญตัวเองเป็นอะไรดี
บางคนซื้อมือถือใหม่
บางคนหาแฟนใหม่
บางคนเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่
หากไม่รู้จะทำอะไร ให้เริ่มต้นด้วยการพักผ่อนหย่อนใจ ละลายความเครียดไปกับแสงสี แต่ถ้าไม่รู้อีกว่าจะเที่ยวที่ไหน เรามีสถานที่แนะนำหลายรูปแบบ โดยเน้นเที่ยวภายในประเทศ เพราะเป็นการช่วยชาติอีกทางหนึ่ง
ปีใหม่…เคานต์ดาวน์ที่ไหนดี
สำหรับหนุ่มสาวร่างกายฟิตปั๋งที่พร้อมจะตะบี้ตะบันกับฝูงชนนับแสนอย่างไม่หวั่นกลัว ขอแนะนำให้ไปเคานต์ดาวน์ในงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่จัดโดยกรุงเทพมหานคร ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ จุดตัดระหว่างถนนราชดำริกับถนนพระราม 1
ในช่วงวันที่ 1 ธันวาคม 2552–15 มกราคม 2553 บรรดาศูนย์การค้าต่างๆ ในย่านราชประสงค์พร้อมใจประดับตกแต่งไฟสวยงามเพื่อให้ประชาชนมาโพสท่าถ่ายรูป แล้วอัพโหลดอวดกันในเฟซบุ๊ก-ทวิตเตอร์ ตามประสาหนุ่มสาวยุคใหม่ ใครไม่มีรูปถ่ายกับแสงไฟแถวนี้ถือว่าเชยมาก ยิ่งเทคโลยีล้ำสมัยของโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน ทำให้การถ่ายรูปง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก (แต่ผมไม่เคยคิดว่าการปอกกล้วยเข้าปากจะง่ายดายขนาดนั้น เลยชอบกินกล้วยที่ไม่ต้องปอกมากกว่า) เพียงหยิบไอโฟนหรือบีบีขึ้นมากด แชะ! ก็สามารถอัพขึ้นสู่โซเชียลเน็ตเวิร์กยอดฮิตได้ทันที แต่อย่าเผลอหยิบครีมบีบีขึ้นมาละ (มันคนละอย่างกัน!)
ในคืนข้ามปีบริเวณนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะมีกิจกรรมนับถอยหลัง ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่ทุกคนรอคอย ก่อนถึงวินาทีสำคัญจะมีงานคอนเสิร์ตและกิจกรรมบันเทิงต่างๆ มอบความสุขให้กับผู้ร่วมงาน หากใครเหงาใจไม่มีคนรัก ยังมีคนอีกนับแสนอยู่เป็นเพื่อนคุณร่วมนับถอยหลังสู่ปีใหม่ แต่หลังจากนั้นก็ตัวใครตัวมัน เพราะอาจเกิดการจลาจลขนาดย่อมได้ เตรียมยาดมไปให้พร้อม หรือไม่ก็พยายามอยู่ใกล้หนุ่มหล่อ-สาวสวยเข้าไว้ จะได้ใกล้ชิดเบียดเสียด แต่อย่ามัวเหล่คนที่หมายปองจนลืมดูทางละ เพราะถ้าล้ม คุณอาจถูกเหยียบตายได้โดยไม่ทันรู้ตัว
ท่องไพร ไปทะเล
เมื่อก้าวเข้าสู่เช้าแรกของปีใหม่ จะรอช้าอยู่ไย ออกไปท่องเที่ยวกันดีกว่า
สำหรับนักท่องเที่ยวผู้นิยมธรรมชาติขอแนะนำให้ขึ้นเหนือไปสัมผัสไอเย็นของฤดูหนาวที่ จ.เชียงใหม่ ณ ดอยอินทนนท์ ดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดพาเอาความชุ่มชื้นและเมฆฝนเข้ามา และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดมาจากประเทศจีน นำความหนาวเย็นเข้ามา ทั้งนี้ ในพื้นที่ตอนบนของอุทยานแห่งชาติจะมีสภาพชุ่มชื้นและหนาวเย็นตลอดปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งมีลักษณะเป็นสันเขาและยอดเขา จึงมีกระแสลมที่พัดแรงและมีสภาพอากาศหนาวเย็นมาก ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม จะมีอากาศหนาวจัด อุณหภูมิลดต่ำลง 0-4 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้น ชาวกรุงเทพฯ ที่สงสัยว่าอากาศหนาวเป็นอย่างไร ควรลองไปสูดให้เต็มปอดสักครั้งหนึ่งในชีวิต
ไม่ใกล้ไม่ไกลจากดอยอินทนนท์ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 160 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก ซึ่งเป็นดอยที่สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย รองจากดอยอินทนนท์ บนยอดดอยจะเป็นทุ่งโล่งซึ่งมองเห็นทิวทัศน์สวยงาม เช่น ทะเลหมอก สภาพป่าเป็นป่าต้นน้ำและป่าดิบเขา ซึ่งมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สมดุลและมีความหลากหลายทางชีวภาพ จึงพบพันธุ์พืชและสัตว์หายากหลายชนิด อาทิ เทียนหลาง บัวทอง ผีเสื้อไกเซอร์อิมพีเรียล ผีเสื้อมรกตผ้าห่มปก ผีเสื้อหางติ่งแววเลือน ผีเสื้อหางดาบตาลไหม้ นกปรอดหัวโขนก้นเหลือง และนกปีกแพรสีม่วง เป็นต้น เหมาะกับผู้ที่ชอบ ‘ส่องสัตว์’ หรือ ‘ส่องกบ’ แต่อาจไม่มีเก้งกวางให้ส่องเท่าใดนัก
รำลึกความหลังครั้งกรุงเก่า
หนุ่มสาวคนไหนอยากท่องเที่ยวแบบได้ความรู้เชิงประวัติศาสตร์ ต้องลองเที่ยวเมืองหลวงเก่าแก่ของชาวไทย ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ในงานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก และงานกาชาด ประจำปี 2552 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 12-21 ธันวาคม 2552
ในงานนี้มีการสักการะพระบรมสารีริกธาตุ บริเวณมณฑลพิธีหน้าวิหารพระมงคลบพิตร มีการจำลองบรรยากาศวิถีชีวิตไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา การแสดงศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย การประกวดธิดากรุงเก่า ณ เวทีกลาง สาวคนไหนคิดว่าตัวเองหน้าดูเก่าแก่ราวกับคนอยุธยาขอให้สมัครด่วน หรือหากมั่นใจในเสียงร้องเพลงของตน เชิญสมัครประกวดร้องเพลงลูกทุ่งได้ที่หน้าวงเวียนน้ำพุ อยว.
กิจกรรมอื่นๆ มีการจัดแสดงสินค้า ‘ผลิตภัณฑ์ชุมชน’ ของดี 16 อำเภอและกลุ่มจังหวัด ณ บึงพระราม รวมถึงการแสดงนิทรรศการด้านการเกษตร ไม้ดอก ไม้ประดับ และการออกร้านกาชาด สลากกาชาดการกุศล สำหรับคนใจบุญ ชอบทำทาน เลี้ยงเด็ก เลี้ยงน้อง อย่าได้พลาดโอกาสนี้ ถ้าเดินจนเมื่อยลองแวะเข้าคุ้มขุนแผน เพราะมีการนวดแผนไทยให้บริการอยู่ คงจะดีมากหากขุนแผนเป็นคนนวดเอง
ไฮไลต์ของงานคือขบวนแห่จำลองพระราชพิธีเดือน 4 อาทิ พระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ พระราชพิธีศรีสัจจปานกาล พระราชพิธีคเชนทรัศวสนาน และพระราชพิธีจองเปรียง ชื่อหรูขนาดนี้ ใครมีเชื้อเจ้ารบกวนช่วยแปลให้หน่อยครับ แต่ที่แน่ๆ พิธีแบบนี้ไม่ได้หาดูกันง่ายๆ เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของชาวไทยที่อวดชาวโลกได้ไม่อายใคร
เดินสายไหว้พระ 9 วัด
หากปีที่ผ่านมาคุณได้ทำบาปทำกรรม มิตรหายเจ้านายด่า อกหัก แฟนทิ้ง เดินตกท่อ ขอให้เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการทำบุญสะเดาะเคราะห์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต ชำระจิตใจให้ผ่องแผ้วตามคติความเชื่อของชาวไทย
1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 1 ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่วิจิตรงดงามมาก ใครที่ขัดสนเรื่องเงินทองให้มาไหว้พระที่วัดนี้ เพราะมีคติว่า แก้วแหวนเงินทองจะไหลมาเทมา
2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย เพราะมีการรวบรวมสรรพวิชาความรู้จารึกบนแผ่นศิลา ติดไว้บริเวณพระอุโบสถ ปัจจุบันวัดโพธิ์เปิดอบรมวิชาแพทย์แผนโบราณโดยได้รับใบประกอบโรคศิลป์จากกระทรวงสาธารณสุข ผู้มาไหว้พระที่วัดโพธิ์เชื่อว่า ชีวิตจะร่มเย็นเป็นสุข นอกจากนี้ อาจได้อาชีพเสริมเป็นหมอนวดอีกด้วย
3. วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร เป็นวัดโบราณ เดิมชื่อวัดใหม่ ถือเป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่ง เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9 ทรงผนวช ณ วัดแห่งนี้ ภายในมีภาพเขียนฝีมือขรัวอินโข่ง จิตกรเอกสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นคนแรกที่ใช้เทคนิคการเขียนภาพบนฝาผนังแบบตะวันตก ผู้มาไหว้พระวัดนี้มีคติว่า ชีวิตจะพบพานแต่สิ่งดีงาม
4. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสะแก มีพระบรมบรรพต หรือภูเขาทอง ซึ่งรัชกาลที่ 4 ทรงดัดแปลงจากพระปรางค์ที่ทรุดพังลง โดยแปลงเป็นภูเขาและก่อเจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีคติว่าผู้มาสักการะจะเสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล
- เรื่อง
- : ปะมะโข

อ่านบทความเต็มได้ใน
นิตยสาร VOLUME เล่มที่ 112: C'est la fête
ปักษ์หลัง ธันวาคม 2552



