รวมใจ...บ้านหงส์หยก
เสียงกรุ๊งกริ๊งยามลมต้องกับโมบายแท่งโลหะที่เห็นแขวนอยู่ตรงซุ้มโค้งหน้าบ้านนั้นฟังเย็น ไม่ต่างจากภาพอาคารตึกและร่มไม้ใหญ่ที่ไม่ว่าในอดีตหรือวันนี้ก็รื้นอุ่น...รอต้อนรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว ‘หงษ์หยก’ เสมอ
จากซุ้มโค้งหน้าอาคาร เดินขึ้นบันไดพียงไม่กี่ขั้น บริเวณหน้าบ้านที่เห็นปูกระเบื้องโมเสกสีสันสด ด้านข้างประตูวางไม้กระถางอย่างเป็นระเบียบ สายลมอ่อนชักชวนให้แขกต่างถิ่นเลือกหย่อนก้นลงนั่งตรงเก้าอี้ไม้และโต๊ะสไตล์จีนโบราณที่ส่วนบนเป็นหินอ่อนแผ่นกว้าง
ภายในห้องโถง นอกจากตู้โชว์ที่เห็นยังมีสิ่งละอันพันละน้อยจัดวางไว้ให้น่ามองปูพื้นทับด้วยพรมเปอร์เซียซึ่งเข้ากันดีกับชุดโซฟาสีแดง ด้วยโทนสีขาวครีมทำให้บ้านทั้งหลังดูโปร่งตาแต่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่นใจ
ยิ่งมองพิศบ้านหลังนี้ก็ยิ่งสวยสมชื่อเสียงร่ำลือ เจ้าของคือคุณบุญศรี หงษ์หยก ตั้งใจเก็บรักษาสภาพบ้านทั้งการตกแต่งและเครื่องเรือนแบบเดิมไว้ตามเจตนาของหลวงอนุภาษภูเก็ตการ (ตันจิ้นหงวน) ผู้ก่อตั้ง บริษัท อนุภาษและบุตร จำกัด ที่ได้สร้าง ‘บ้านหงษ์หยก’ ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2473 ออกแบบโดยขุนพิศาลสารกรรม โดยใช้เวลาก่อสร้างรวม 3 ปี
บางกลุ่มเรียกตึกลักษณะเช่นนี้ในภูเก็ตว่า ‘ชิโน-โปรตุกีส’ เพราะเป็นแบบยุโรปผสมจีน แต่ผู้เป็นเจ้าของสะดวกที่จะเรียกว่าเป็นแบบ ‘โคโลเนียลสไตล์’ มากกว่า ด้วยว่าสิ่งก่อสร้างเช่นนี้ไม่น่าจะมีหลงเหลืออยู่อีกแล้ว เพราะวัฒนธรรมดังกล่าวมีมาช้านาน และบ้านหลังนี้ได้รับอิทธิพลมาจากชาวยุโรปที่เข้ามาค้าขายในรุ่นหลังๆ ซึ่งจะเห็นได้จากเพื่อนบ้านใกล้เคียงคือในเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย และประเทศสิงคโปร์
รวมรัก...บ้านชินประชา
ภาพถ่ายขาว-ดำ สมาชิกและต้นตระกูลชินประชาที่แขวนประดับฝาบ้านชวนให้ผู้มาเยือนต้องพินิจและเพ่งด่ำมองอดีต ว่าเมืองภูเก็ตนี้มีเรื่องราวมากมายให้อนุชนได้ศึกษาและภาคภูมิในประวัติท้องถิ่นอันมีเอกลักษณ์เฉพาะ
‘บ้านชินประชา’ ที่เคยเป็นศูนย์รวมความรักของคนในตระกูล ในวันนี้ได้รับการอนุรักษ์และเปิดให้คนทั่วไปได้เดินทางมาศึกษา เก็บเกี่ยวความรู้ และกลับไปด้วยความรัก เป็นความรักในมาตุภูมิที่จักถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และสู่รุ่น...ต่อเนื่องไปอย่างไม่มีวันรู้จบ
ประตูไม้ 2 ชั้นบานใหญ่เปิดออกเป็น 2 พับ แกะสลักลวดลายและด้านบนเขียนตัวหนังสือจีนบนแผ่นไม้ตรงวางกลาง นี่คือเอกลักษณ์การออกแบบและสร้างบ้านของคนภูเก็ตในยุคสมัยหนึ่ง
‘บ้านชินประชา’ หลังนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2446 หรือในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระพิทักษ์ชินประชา (ตันม่าเสียง)
บิดาของท่านคือหลวงบำรุงจีนประเทศ (ตันเนียวยี่) ถือกำเนิดในประเทศจีน มณฑลฮกเกี้ยน รับราชการทหารในตำแหน่ง ‘บู๊เต็กจงกุน’ ต่อมาท่านได้เดินทางมายังประเทศไทยในปี พ.ศ. 2397 หรือในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 4 โดยประกอบกิจการทำเหมืองแร่ดีบุกที่เกาะภูเก็ต และกิจการค้าขายที่เกาะปีนัง ในนามยี่ห้อ ‘เหลียนบี้’
- เรื่อง
- : สุชา
- ช่างภาพ
- : อรรถพล วงษ์สถิตย์

อ่านบทความเต็มได้ใน
นิตยสาร VOLUME เล่มที่ 123: BABA
ปักษ์แรก มิถุนายน 2553












